ReadyPlanet.com
dot
dot
บริการงานพิมพ์ทั่วไป
dot
bulletบริการพิมพ์แผ่นพับ/บริการพิมพ์ใบปลิว
bulletบริการพิมพ์โบรชัวร์
bulletบริการพิมพ์แคตตาล็อก
bulletบริการพิมพ์หนังสือ/พิมพ์วารสารต่างๆ
bulletบริการพิมพ์นิตยสาร/แมกกาซีน
bulletบริการพิมพ์รายงานประจำปี
bulletบริการพิมพ์โปสเตอร์/รับพิมพ์โปสเตอร์
bulletบริการพิมพ์ปฏิทินทุกประเภท
bulletบริการพิมพ์การ์ดเชิญ/รับพิมพ์การ์ดแต่งงานและประเภทต่าง ๆ
bulletบริการพิมพ์นามบัตร
bulletพิมพ์หัวจดหมาย
bulletบริการพิมพ์ซอง/รับพิมพ์ซองประเภทต่าง ๆ
bulletบริการพิมพ์แฟ้มประเภทต่างๆ
bulletบริการพิมพ์แบบฟอร์ม
bulletบริการพิมพ์สิ่งพิมพ์อื่น ๆ
dot
บริการงานพิมพ์บรรจุภัณฑ์
dot
bulletบริการพิมพ์ฉลากสินค้า
bulletบริการพิมพ์กล่องกระดาษ/พิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์
bulletบริการพิมพ์ถุงกระดาษ/ทำถุงกระดาษ
dot
บริการด้านอื่น ๆ
dot
bulletรับออกแบบจัดทำต้นฉบับสิ่งพิมพ์
bulletบริการถ่ายภาพ/บริการทำรีทัช
dot
เรื่องของกระดาษ
dot
bulletความหมายและความเป็นมาของกระดาษ
bulletองค์ประกอบของกระดาษ
bulletสมบัติเชิงโครงสร้างของกระดาษ
bulletกระบวนการผลิตกระดาษ
bulletชนิดของกระดาษ
bulletมาตรฐานขนาดของกระดาษ
bulletการใช้กระดาษสำหรับงานพิมพ์
dot
เรื่องของการพิมพ์
dot
bulletความหมายและวิวัฒนาการของการพิมพ์
bulletประวัติการพิมพ์และธุรกิจการพิมพ์ในเมืองไทย
bulletประเภทของการพิมพ์
bulletขบวนการผลิตสิ่งพิมพ์
bulletหลักการเลือกใช้โรงพิมพ์
dot
เรื่องของการออกแบบสิ่งพิมพ์
dot
bulletขบวนการการออกแบบสิ่งพิมพ์
bulletองค์ประกอบและหลักการออกแบบสิ่งพิมพ์
bulletการจัดเลย์เอ้าท์โดยใช้กริด
dot
เรื่องของการถ่ายภาพ
dot
bulletประวัติของกล้องถ่ายภาพ
bulletหลักการทำงานของกล้อง
dot
เรื่องน่ารู้
dot
bulletขั้นตอนการสั่งซื้องานพิมพ์หรือพิมพ์งาน
bulletข้อคิดในการออกแบบสิ่งพิมพ์
bulletRGB vs CMYK
bulletColour Chart vs โรงพิมพ์
bulletการจดหัวหนังสือ vs โรงพิมพ์
bulletข้อแนะนำในการพิมพ์งานพิมพ์ออฟเซ็ท
bulletสิ่งพิมพ์โฆษณา/ประชาสัมพันธ์
bulletงานพิมพ์หรือพิมพ์งานสำคัญอย่างไร?
bulletคุณภาพงานพิมพ์หรือการพิมพ์งานขึ้นอยู่กับปัจจัยใด?
dot
อื่น ๆ
dot
bulletSite Map
bulletบริหารและจัดการ


โรงพิมพ์,งานพิมพ์,พิมพ์งาน


ประวัติของกล้องถ่ายภาพ

ภาพจาก http://mediainfotain.blogspot.com/
วิวัฒนาการของกล้องถ่ายภาพเริ่มจากมีผู้สังเกตุเห็น
ภาพเหมือนในลักษณะกลับหัวบนผนังภายในห้องที่ทึบและอับแสง ภาพดังกล่าวเกิดจากแสงของภาพวิวภายนอกลอดผ่านรูเล็ก ๆ ที่ผนังห้องไปก่อเกิดภาพเหมือนบนผนังอีกด้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของห้อง

ต่อมาได้มีการนำหลักการดังกล่าวมาประดิษฐ์เป็นกล้อง
ออบสคิวรา (Camera Obscura) คำว่า "camera" มีความหมายว่า "ห้อง"  ส่วน "Obscura" มีความหมายว่า
"ความมืด" ในปีค.ศ.1558 นาย Giovanni Battista della Porta ได้เขียนบทความแนะนำให้ใช้กล้องออบสคิวราเป็นเครื่องมือในการวาดภาพ และในช่วงเวลาของพระ Johannes Zahn (1641–1707) ท่านได้ออกแบบกล้อง ออบสคิวราแบบพกพาไว้หลายแบบ และยังมีการใช้กระจกติดไว้ด้านหลังของกล้องสะท้อนแสงขึ้นไปปรากฏภาพที่ด้านบนของกล้อง ทำให้ภาพที่ได้ไม่กลับหัวอีกต่อไป ประจวบกับในช่วงคริสตวรรษที่ 16 ได้มีการประดิษฐ์กล้องส่องทางไกล จึงมีการนำเลนส์มาใส่ที่ช่องรับแสงแทนรูเข็ม ทำให้ได้ภาพที่สว่างและคมชัดขึ้น


ภาพจาก http://wernernekes.de/

กล้องออบสคิวรา ภาพจาก Wikipedia

ในปีค.ศ. 1814 ชาวฝรั่งเศสชื่อ Joseph Nicéphore Niépce ได้ทดลองนำสาร silver chloride เคลือบลงบนกระดาษมารับภาพในกล้องออบสคิวรา
                         โดยเปิดรับแสงอยู่นานถึง 8 ชั่วโมง กระดาษดังกล่าวมีภาพปรากฏขึ้นแต่สามารถอยู่ได้สักพักแล้วก็จางหายไป แม้กระนั้นก็ถือได้ว่า
                         เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยีการถ่ายภาพ


ในปีค.ศ. 1837 ชาวฝรั่งเศสชื่อ Louis Jacques Mandé Daguerre ผู้เป็นหุ้นส่วนกับนาย Niépce ได้ทำการ
                         พัฒนาวิธีการสร้างภาพต่อจากนาย Niépce เขาสามารถทำการบันทึกภาพให้อยู่คงทนได้สำเร็จ
                         อีกทั้งใช้เวลาในการรับแสงน้อยกว่า 30 นาที วิธีการของนาย Daguerre เรียกว่า
                         "Daguerreotype"

ในปีค.ศ. 1841 นาย William Henry Talbot ได้พัฒนาระบบที่ชื่อ Calotype โดยสร้างภาพจากการบันทึกให้
                         เป็นภาพกลับสี (Negative Image ขณะนั้นยังเป็นภาพสีขาวกับดำอยู่) จากนั้นนำภาพที่ได้มาทำ
                         การสำเนาได้เป็นภาพสีเหมือน (Positive Image) ซึ่งวิธีการนี้สามารถทำสำเนาจากภาพต้นฉบับ
                         ได้หลาย ๆ ชุด ทั้งนาย Daguerre และนาย Talbot ต่างก็ใช้กล้องออบสคิวราแบบติดเลนส์ด้าน
                         หน้าซึ่งสามารถเลื่อนปรับระยะได้เพื่อหาระยะชัดของภาพ ส่วนแผ่นรับภาพจะติดไว้ด้านหลังที่
                         ช่องมองภาพ


กล้อง Daguerreotype
ภาพจาก Wikipedia

ในปีค.ศ. 1843 ได้มีการนำภาพถ่ายมาใช้ในการโฆษณาครั้งแรกที่เมืองฟิลาเดลเฟีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

ในปีค.ศ. 1851 Frederick Scott Archer ได้คิดค้นระบบที่มีชื่อเรียกว่าระบบ  Collodion โดยใช้แผ่นรับภาพ
                         แบบแห้ง ซึ่งใช้เวลาเพียง 2 ถึง 3 วินาทีในการบันทึกภาพในสภาพแสงปกตินอกอาคาร ใน
                         ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองก็มีการทดลองบันทึกภาพถ่ายใต้น้ำด้วย

ในปีค.ศ. 1859 มีการจดสิทธิบัตรกล้องถ่ายภาพแบบ Panorama

ในปีค.ศ. 1871 นาย Richard Leach Maddox ได้คิดค้นแผ่นรับภาพแบบแห้งโดยใช้สารเจลาตินซึ่งมีชื่อเรียก
                         ระบบนี้ว่า ระบบ Gelatin Dry Plate Silver Bromide แผ่นรับภาพชนิดนี้ทำให้ช่างถ่ายภาพ
                        ไม่จำเป็นต้องชะโลมด้วยน้ำยาเคมีเพื่อทำการล้างภาพทันทีหลังจากบันทึกภาพเสร็จเหมือน
                        กรรมวิธีในระบบก่อนหน้านี้ ในช่วงท้ายของทศวรรษ 1870 ความเร็วในการบันทึกภาพเหลือ
                        เพียง 1 ใน 25 วินาที

 


 
Gelatin Dry Plate Silver Bromide
ภาพจาก 
www.  astro.virginia.edu


ในปีค.ศ. 1880 นาย George Eastman ได้ก่อตั้งบริษัท Eastman dry plate สี่ปีให้หลังทางบริษัทได้
                         ประดิษฐ์แผ่นรับภาพทำจากกระดาษทำให้โค้งงอได้เป็นที่มาของคำว่า "ฟิล์มถ่ายภาพ 
                         (Photographic Film)"

ในปีค.ศ. 1888 บริษัท Eastman ได้ประดิษฐ์ฟิล์มแบบเป็นม้วนทั้งยังประดิษฐ์กล้องถ่ายภาพแบบประหยัดใช้
                         ชื่อว่า "Kodak" ตัวกล้องมีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมไม่มีการปรับระยะชัดและมีความเร็วใน
                         การรับแสงตายตัว อีกทั้งได้ทำการเปลี่ยนฟิล์มแบบกระดาษเป็นแบบเซลลูลอยด์ (Celluloid)ใน
                         ปีค.ศ. 1889 ผู้ใช้กล้อง Kodak เมื่อถ่ายภาพจนหมดม้วนก็จะนำฟิล์มมาส่งให้บริษัท Kodak 
                         เพื่อเป็นผู้จัดทำขบวนการสร้างภาพ ต่อมาในปีค.ศ. 1900 บริษัทยังได้ออกกล้องรุ่นใหม่มีชื่อว่า 
                         "Brownie" เป็นกล้องราคาประหยัดและได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง กล้อง Brownie ออกมา
                         อีกหลายรุ่น บางรุ่นยังมีจำหน่ายจนสิ้นทศวรรษ 1960 ผลการประดิษฐ์ฟิล์มม้วนของ Kodak ยัง
                         เป็นก้าวสำคัญในการประดิษฐ์กล้องถ่ายภาพยนต์ของนาย Thomas Edison's ในปีค.ศ. 1891

ในปีค.ศ. 1913 นาย Oskar Barnack จากสถาบัน Ernst Leitz Optishe Werke   ได้มีการประดิษฐ์ต้นแบบ
                         กล้อง 35 มม. และผลิตออกจำหน่ายในปีค.ศ. 1925 ใช้ชื่อกล้องว่า "Leica I" กล้อง 35 มม.
                         ได้เป็นที่นิยมเพราะขนาดกระทัดรัด และฟิล์มที่ใช้ได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพสูงขึ้นเรื่อย ๆ 
                         เป็นผลให้ผู้ผลิตกล้องต่างก็ลงมาแข่งขันในตลาดนี้

ในปีค.ศ. 1927 บริษัทไฟฟ้า General Electric ได้ประดิษฐ์หลอดไฟแฟลชใช้สำหรับถ่ายภาพในพื้นที่ที่มี
                         แสงสว่างไม่เพียงพอ ซึ่งก่อนหน้านี้การให้แสงสว่างทำได้โดยใช้ผงเคมีทำปฏิกริยากันจนเกิด
                         แสงจ้าซึ่งถูกคิดค้นโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน

ในปีค.ศ. 1928 นาย Franke & Heidecke Roleiflex ได้นำเสนอกล้อง Rolleiflex เป็นกล้องขนาดเหมาะกับ
                         การพกพาใช้ฟิล์มขนาด 120 ประกอบด้วยเลนส์สองชุด ชุดหนึ่งใช้สำหรับบันทึกภาพ อีกชุดหนึ่ง 
                         ใช้กระจกสะท้อนให้เกิดภาพบนกระจกฝ้าสำหรับมองภาพ เรียกว่า กล้องระบบสะท้อนภาพ
                         เลนส์คู่ (Twin-lens Reflex Cameras เรียกย่อ ๆ ว่า TLR) ในปีค.ศ. 1933 นาย Ihageen 
                         Exakgta ได้ออกกล้องระบบสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว (Single-lens Reflex Camera เรียกย่อ ๆ
                         ว่า SLR) กล้องดังกล่าวใช้ฟิล์ม 120 ความเป็นจริงในยุคนั้นมีการผลิตกล้อง TLR และ SLR 
                         อยู่ก่อนแล้ว แต่กล้องของ Rolleiflex กับ ของ Exakgata มีขนาดกระทัดรัดพกพาสะดวก
                         จึงเป็นที่นิยมมากกว่า และอีก 3 ปีให้หลัง Kine Exakta ได้ออกกล้อง SLR ที่ใช้ฟิล์มขนาด
                         35 ม.ม. ซึ่งเป็นแบบที่สามารถทำตลาดได้ดี ทำให้มีผู้ผลิตกล้องประเภทนี้ออกมาเป็นจำนวน 
                         มาก ในปีค.ศ. 1947 กล้อง Duflex ได้มีการใช้ปริซึมห้าเหลี่ยม (Pentaprism) ในการสะท้อน
                         ภาพทำให้มีช่องมองภาพอยู่ด้านหลังของกล้องแทนที่ดูจากด้านบนเหมือนกล้องอื่น ๆ ในยุคนั้น
                         ช่วงเวลาเดียวกันนี้เอง ได้กำเนิดกล้อง  Hasselblad 1600F ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสำหรับกล้อง 
                         SLR ขนาดกลางซึ่งใช้ฟิล์ม 120  


                                     
หลักการทำงานของกล้อง SLR 
                     
                    ภาพจาก photos.cristinsculpture.com 


กล้อง Kodak
 ภาพจาก www.inventors.about.com


กล้องจำลองต้นแบบ Leica I  
ภาพจาก Wikipedia





กล้อง Rolleiflex แบบ TLR
ภาพจาก www.goatkarma.com


กล้อง Exakta A, 2nd version,
with 75/2.8 Tessar

ภาพจาก
www.pacificrimcamera.com


 

ในปีค.ศ. 1935 บริษัท Eastman Kodak ได้วางจำหน่ายฟิล์มสไลด์สี "Kodachrome" ซึ่งให้สีสรรที่สวยสด 
                         เป็นที่นิยมของช่างภาพมืออาชีพ เนื่องจากขบวนการสร้างภาพที่ซับซ้อน ฟิล์มรุ่นนี้ขายในราคา
                         ที่รวมค่าล้างและต้องส่งไปเข้าสู่ขบวนการล้างที่ศูนย์ของ Kodak เท่านั้น ต่อมาในปีค.ศ. 1941 
                         บริษัท ยังได้แนะนำฟิล์ม negative สี "Kodacolor" เข้าสู่ตลาดอีกด้วย 

ในปีค.ศ. 1948 นาย Edwin Land ได้นำสิ่งประดิษฐ์ใหม่ออกสู่ตลาด เป็นกล้องถ่ายภาพแบบสร้างภาพทันที
                         หลังการบันทึกภาพ (Instant-picture camera) ซึ่งมักเรียกกันว่า "Land Camera" รุ่นของกล้อง
                         ที่ออกตลาดในตอนนั้นเรียกว่า "Polaroid Model 95" เนื่องจากราคากล้องยังค่อนข้างสูง จึงมี
                         การออกรุ่นใหม่ ๆ อีกหลายรุ่น ในปีค.ศ. 1963 Polaroid ได้เริ่มจำหน่ายฟิล์มสีสร้างภาพทันที
                         หลังการบันทึกภาพ (Instant Colour Film) ในปีค.ศ. 1965 Polaroid ได้ออกกล้องรุ่น 
                         "Model 20 Swinger" ซึ่งถือแป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงมียอดขายสูงสุดตลอดการณ์
                         รุ่นหนึ่งของบริษัท

ในปีค.ศ. 1953 นาย Harold Eugene Edgerton จากบริษัท EG&G ได้ร่วมมือกับนาย Jaques Yves 
                         Cousteau  นักสำรวจใต้น้ำชาวฝรั่งเศสเริ่มใช้กล้องถ่ายภาพท้องมหาสมุทรโดยใช้คลื่นโซนาร์
                         ในการวัดระยะระหว่างกล้องกับพื้นมหาสมุทร

ในปีค.ศ. 1968 ยาน  Apollo 8 ได้ทำการบันทึกภาพของโลกจากดวงจันทร์เป็นครั้งแรก)

ในปีค.ศ. 1978 บริษัทผลิตกล้อง Konica ได้ประดิษฐ์กล้องถ่ายภาพแบบหาระยะชัดโดยอัตโนมัติ (Automatic 
                         Focus Camera)

ในปีค.ศ. 1980 บริษัท Sony เริ่มแสดงต้นแบบกล้องถ่ายวีดิโอ ในปีถัดมา บริษัท Sony ได้ออกกล้อง
                         ถ่ายภาพนิ่งแบบอีเลคทรอนิคซึ่งใช้หลักการเดียวกับการบันทึกวีดีโอและใช้แผ่นเก็บข้อมูล
                         ขนาดเล็ก ซึ่งสามารถดูภาพและพิมพ์ภาพจากเครื่องอ่านที่สร้างเฉพาะงาน ระบบดังกล่าวคล้าย
                         กับระบบที่บริษัท Texas Instruments คิดค้นขึ้นในปีค.ศ. 1972 คุณภาพของภาพที่ได้ยังอยู่
                         ในเกณฑ์ที่ต่ำเทียบเท่ากับภาพบนจอทีวี

ในปีค.ศ. 1985 บริษัท Pixar ได้นำเสนอเทคโนโลยีการสร้างและประมวลภาพด้วยระบบดิจิตอล

ในปีค.ศ. 1986 บริษัท Fuji ได้ริเริ่มผลิตกล้องแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง

ในปีค.ศ. 1988 บริษัท Fuji ได้ออกกล้อง Fuji DS-1P ซึ่งถือเป็นกล้องดิจิตอลแรกที่สร้างไฟล์ภาพนำมาใช้ใน
                         คอมพิวเตอร์ได้ ตัวกล้องมีการ์ดความจำ 16 MB และต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่รักษาข้อมูล
                         ตลอดเวลา กล้องดังกล่าวไม่ได้มีการวางจำหน่ายมากนัก

ในปีค.ศ. 1990 กล้องที่มีการวางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ คือกล้อง Dycam Model 1 ใช้หน่วยบันทึกภาพแบบ 
                        CCD (Charge Couple Device) และเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์โดยตรงในการส่งข้อมูลภาพ

ในปีค.ศ. 1991 บริษัท Kodak ได้นำกล้อง Kodak DCS-100 ออกจำหน่ายโดยใช้ตัวกล้องแบบใช้ฟิล์มของ
                         ยี่ห้ออื่นมาดัดแปลง (ใช้กล้องของ Nikon) Kodak ได้ให้การนิยามในการเรียกเม็ดสีแต่ละเม็ด
                         ของภาพดิจิตอลว่า “พิกเซล” (Pixel) ขนาดของไฟล์ภาพสำหรับกล้องรุ่นนี้อยู่ที่ 1.3 เมกกะ
                         พิกเซล กล้องดังกล่าวมีราคาค่อนข้างสูงและมีเป้าหมายในการจำหน่ายแก่ช่างภาพมืออาชีพและ
                         นักข่าว

ในปีค.ศ. 1995 กล้อง Ricoh RDC-1 ได้ถูกวางจำหน่าย ถือเป็นกล้องแรกที่สามารถอัดคลิบวีดีโอได้ 

ในปีค.ศ. 1995 นาย Phillipe Kahn ได้ประดิษฐ์ระบบบันทึกภาพสำหรับโทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องแรก และ
                         ในปีค.ศ. 2000 บริษัท J-Phone ได้ออกโทรศัพท์มือถือรุ่น J-SH04 ที่สามารถบันทึกภาพได้
                         จำหน่ายในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก


หลังจากนั้น บริษัทผลิตกล้องชั้นนำต่างก็ผลิตกล้องดิจิตอลที่มีคุณภาพสูงขึ้น มีหน่วยบันทึกภาพที่ให้คุณภาพ
และความละเอียดสูงขึ้น ในขณะที่ราคาลดต่ำลง มีแบบและรุ่นต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย ทำให้การถ่ายภาพเป็นที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้น


ฟิล์มสไลด์สี Kodachrome
ภาพจาก http://blogs.eciad.ca/


กล้อง Polaroid
Model 20 Swinger

ภาพจาก
www.people.tribe.net












กล้อง Dycam Model 1
ภาพจาก 
www.dipity.com




 
  กล้อง Ricoh RDC-1
ภาพจาก www.digicamhistory.com




   
โรงพิมพ์ สุพรีมพริ้นท์ ผู้เชี่ยวชาญงานพิมพ์ทุกชนิดทุกประเภท 
   
บริการพิมพ์งานคุณภาพมาตรฐานด้วยประสบการณ์ในธุรกิจโรงพิมพ์มายาวนาน รับพิมพ์ทั้งงานเล็ก/งานใหญ่ พิมพ์สีเดียว พิมพ์สี่สี พิมพ์สอดสี พิมพ์ออฟเซ็ท ราคายุติธรรม ส่งมอบงานพิมพ์ตรงเวลา รับให้คำปรึกษางานพิมพ์


บริการงานพิมพ์ของโรงพิมพ์สุพรีมพริ้นท์:      
โรงพิมพ์สุพรีมพริ้นท์ให้บริการพิมพ์แผ่นพับ/พิมพ์ใบปลิว
 พิมพ์แผ่นพับ/พิมพ์ใบปลิว
โรงพิมพ์สุพรีมพริ้นท์ให้บริการพิมพ์โบรชัวร์
 พิมพ์โบรชัวร์ 
โรงพิมพ์สุพรีมพริ้นท์ให้บริการพิมพ์แคตตาล็อก
 พิมพ์แคตตาล็อก
โรงพิมพ์สุพรีมพริ้นท์ให้บริการพิมพ์หนังสือ/พิมพ์วารสาร
พิมพ์หนังสือ/พิมพ์วารสาร 
โรงพิมพ์สุพรีมพริ้นท์ให้บริการพิมพ์นิตยสาร
 พิมพ์นิตยสาร
โรงพิมพ์สุพรีมพริ้นท์ให้บริการพิมพ์รายงานประจำปี
 พิมพ์รายงานประจำปี 
โรงพิมพ์สุพรีมพริ้นท์ให้บริการพิมพ์โปสเตอร์
 พิมพ์โปสเตอร์ 
โรงพิมพ์สุพรีมพริ้นท์ให้บริการพิมพ์ปฏิทิน
 พิมพ์ปฏิทิน
โรงพิมพ์สุพรีมพริ้นท์ให้บริการพิมพ์การ์ดเชิญ/การ์ดแต่งงาน/โปสการ์ด/การ์ดประเภทต่าง ๆ
 พิมพ์การ์ด/โปสการ์ด... 
โรงพิมพ์สุพรีมพริ้นท์ให้บริการพิมพ์นามบัตร
 พิมพ์นามบัตร
โรงพิมพ์สุพรีมพริ้นท์ให้บริการพิมพ์หัวจดหมายต่าง ๆ
พิมพ์หัวจดหมาย  
โรงพิมพ์สุพรีมพริ้นท์ให้บริการพิมพ์ซองประเภทต่าง ๆ
 พิมพ์ซองต่าง ๆ 
โรงพิมพ์สุพรีมพริ้นท์ให้บริการพิมพ์แฟ้มประเภทต่าง ๆ
พิมพ์แฟ้มประเภทต่าง ๆ 
โรงพิมพ์สุพรีมพริ้นท์ให้บริการพิมพ์แบบฟอร์มประเภทต่าง ๆ
พิมพ์แบบฟอร์มต่าง ๆ 
โรงพิมพ์สุพรีมพริ้นท์ให้บริการพิมพ์ฉลากสินค้า
 พิมพ์ฉลากสินค้า
โรงพิมพ์สุพรีมพริ้นท์ให้บริการพิมพ์กล่องกระดาษ/กล่องบรรจุภัณฑ์
พิมพ์กล่องกระดาษ 
โรงพิมพ์สุพรีมพริ้นท์ให้บริการพิมพ์ถุงกระดาษ/ทำถุงกระดาษ
 พิมพ์ถุงกระดาษ
       



สร้างคุณค่า
ของ

สินค้า
               ด้วย
ถุงกระดาษเท่ๆ

สุพรีมพริ้นท์ ผู้เชี่ยวชาญทำ ถุงกระดาษ

สุพรีมพริ้นท์ ช่วยทำถุงของคุณให้เด่นเป็นสง่า 

สุพรีมพริ้นท์
โรงพิมพ์ถุงกระดาษ ถุงช็อปปิ้ง (Shopping bags) ถุงหูหิ้ว ถุงน้ำตาล ถุงขาว ถุงใส่ของ ถุงร้อยเชือก ถุงโฆษณา เรารับทำถุงกระดาษทุกประเภท ราคาย่อมเยา

« ดูรายละเอียดบริการทำถุงกระดาษ
 

 

สายด่วนติดต่อฝ่ายขาย 
       โทร : 02722 0860, 02321 3452 ต่อ 103
     email : sales.supremeprint@gmail.com  
       
 line : Supremeprint

 
 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.